×
×
×
×

รายการข่าวประชาสัมพันธ์

รายการ วันที่ลงประกาศ
ลักษณะของ "เห็ดพิษ"
“ฝนมา เห็ดมา” คนที่ชอบกินเห็ดต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนวันนี้ Thaicookjob ขอรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการดูลักษณะเห็ดพิษในเบื้องต้นกันค่ะ ว่ามีลักษณะแบบไหนการระมัดระวังในการบริโภคเห็ดโดยทั่วไป 1. รับประทานแต่พอควร อย่ารับประทานจนอิ่มมากเกินไป เพราะเห็ดเป็นอาหารที่ย่อยยากอาจจะทำให้ผู้ ที่มีระบบย่อยอาหารอ่อนแอเกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ 2. การปรุงอาหารที่ประกอบขึ้นด้วยเห็ด ต้องระมัดระวัง คัดเห็ดที่เน่าเสียออก เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอาการอาหารเป็นพิษ 3. ไม่ควรรับประทานเห็ดที่ปรุง สุก ๆ ดิบ ๆ หรือเห็ดดิบดอง เพราะเห็ดบางชนิดยังจะมีพิษอย่างอ่อน เหลืออยู่ ผู้รับประทานจะไม่รู้สึกตัวว่ามีพิษ จนเมื่อรับประทานหลายครั้งก็สะสมพิษมากขึ้นและเป็นพิษร้ายแรง ถึงกับเสียชีวิตได้ในภายหลัง 4. ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้เกี่ยวกับเห็ดบางชนิด หรือกับเห็ดทั้งหมด ซึ่งถ้ารับประทานเห็ดเข้าไปแล้ว จะทำให้เกิดอาการเบื่อเมาหรืออาหารเป็นพิษ จึงควรระมัดระวังรับประทานเฉพาะเห็ดที่รับประทานได้โดยไม่แพ้ หรือ หลีกเลี่ยงจากการรับประทานเห็ด 5. ไม่รับประทานเห็ดพร้อมกับดื่มสุรา (แอลกอฮอล์) เพราะเห็ดบางชนิดจะเกิดพิษทันที หากดื่มสุรา หลังจากรับประทานเห็ดแล้วภายใน 48 ชั่วโมง เพราะเป็นการช่วยให้พิษกระจายได้รวดเร็วและรุนแรงขึ้นการป้องกันอันตรายจากเห็ดพิษ 1. รู้จักและจดจำเห็ดพิษที่สำคัญ ซึ่งมีพิษรุนแรงถึงตายได้ แล้วหลีกเลี่ยงการรับประทานเห็ดพิษ ดังนี้ เห็ดระโงกพิษ ที่สำคัญมีอยู่ 3 ชนิด คือ Amanita phalloides, Amanita verna และ Amanita virosa ซึ่งมี ชื่อตามภาษาท้องถิ่น คือ เห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก หรือ เห็ดสะงาก และ เห็ดไข่ตายซาก ซึ่งรูปร่างทั่วไปคล้ายกับเห็ดระโงกที่รับประทานได้แต่มีข้อแตกต่างที่สำคัญคือ เห็ดระโงกที่รับประทานได้ขอบหมวกมักจะเป็นริ้ว คล้ายรอยหวี มีกลิ่นหอมและก้านดอกกลวง ส่วน เห็ดระโงกที่เป็นพิษ ดังกล่าว กลางดอกหมวกจะนูนขึ้น เล็กน้อย โดยเฉพาะปลอกหุ้มโคน จะยึดติดกับก้านดอก ก้านดอกตัน หรือเป็นรูปที่ไส้กลางเล็กน้อย มีกลิ่นเอียน และกลิ่นค่อนข้างแรงเมื่อดอกแก่ มักเกิดแยกจากกลุ่มเห็ดที่รับประทานได้ มีทั้งแบบดอกสีเหลืองอ่อน สีเขียว อ่อน สีเทาอ่อน และสีขาว 2. พิษชนิดอื่นที่พิษไม่รุนแรงถึงตาย แต่จะทำให้ผู้ป่วยเสียเวลาและเงินทองในการรักษา หรือถ้าผู้ป่วยมีโรคแทรกซ้อน ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ เห็ดชนิดนี้จะมีอยู่แต่ละท้องถิ่นแตกต่างกัน เช่น เห็ดพิษท้องถิ่นทางอีสาน เรียกว่า เห็ดเพิ่งข้าวก่ำ (Boletus santanas) เห็ดคันจ้อง หรือ เห็ดเซียงร่ม (Coprinus atramentarius) และ เห็ดหมากหม่าย (คล้ายเห็ดโคน) เป็นต้น 3. ไม่รับประทานเห็ดที่ไม่รู้จักและไม่แน่ใจ รับประทานเฉพาะเห็ดที่แน่ใจเท่านั้น 4. หากจำเป็นต้องรับประทานเห็ดที่ยังไม่แน่ใจ ควรชิมเพียงเล็กน้อย วิธีที่ดีที่สุดคือบริโภคเห็ดที่เคยบริโภค แล้วไม่เกิดอันตรายเท่านั้นคำแนะนำเกี่ยวกับการเก็บเห็ดป่า 1. การจำแนกเห็ดแต่ละชนิดต้องมั่นใจจริง ๆ ว่ารู้จักเห็ดชนิดนั้น ๆ 2. เวลาเก็บเห็ดต้องเก็บให้ครบทุกส่วน โดยขุดให้ลึก เพราะหากเด็ดแต่ด้านบนแล้ว ลักษณะจำเพาะบางอย่าง เช่น กระเปาะ (Volva cap) ซึ่งอยู่ติดกับดิน และใช้บ่งบอกชนิดของเห็ดพิษร้ายตระกูล Amanita นั้น จะไม่ติดขึ้นมาด้วย ท าให้จ าแนกชนิดผิดพลาดได้ 3. เก็บแต่เห็ดที่มีรูปร่างลักษณะสมบูรณ์เท่านั้น หลีกเลี่ยงเห็ดที่อ่อนเกินไป หลีกเลี่ยงเห็ดที่แก่หรือเริ่ม เน่าเปื่อย 4. เก็บให้แยกชนิดเป็นชั้น โดยนำกระดาษรองในตะกร้า เพื่อป้องกันการปนเปื้อน 5. อย่าเก็บเห็ดหลังพายุฝนใหม่ๆ เห็ดบางชนิดที่สีบนหมวกอาจถูกชะล้างให้จางลงได้ 6. เก็บเห็ดมาแล้วให้นำมาปรุงอาหารทันที ไม่ควรเก็บไว้นาน เพราะเห็ดจะเน่าเสียเร็ว 7. ห้ามกินเห็ดดิบๆโดยเด็ดขาด 8. เห็ดที่ไม่เคยกิน ควรกินแต่เพียงเล็กน้อยในครั้งแรก 9. ไม่ควรเก็บเห็ดที่ขึ้นใกล้โรงงานสารเคมีสนามกอล์ฟ หรือข้างถนน เนื่องจากเห็ดและเชื้อรามี คุณสมบัติดูดซับสารพิษต่าง ๆ สะสมไว้ในตัวไว้มาก รวมถึงโลหะหนักด้วยลักษณะของเห็ดที่ไม่ควรเก็บมาบริโภค การเกิดภาวะเห็ดเป็นพิษ บ่อยครั้งเกิดจากการคิดว่า เห็ดพิษเป็นเห็ดไม่มีพิษเนื่องจากการดูรูปร่างผิดไป นอกจากการบ่งชี้ชนิดของเห็ดโดยรูปร่างภายนอกแล้วต้องอาศัยวิธีตรวจ spore print หรือการตรวจทาง ห้องปฏิบัติการอื่น ๆ โดยทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้แนะนำวิธีหลีกเลี่ยงการ บริโภคเห็ดที่มีพิษโดยดูลักษณะภายนอก ดังนี้ ลักษณะของเห็ดที่ไม่ควรเก็บมาบริโภค – เห็ดที่เป็นสีน้ำตาล สีขาว– เห็ดที่มีหมวกเห็ดสีฉุดฉาด– เห็ดที่มีปลอกหุ้มโคน – เห็ดที่มีวงแหวนใต้หมวก – เห็ดที่มีโคนอวบใหญ่ – เห็ดที่มีปุ่มปม – เห็ดที่มีหมวกเห็ดเป็นรูปๆ แทนที่จะเป็นช่องๆ คล้ายครีบปลา– เห็ดที่มีลักษณะคล้ายสมองหรืออานม้า บางชนิดต้มแล้วกินได้ แต่บางชนิดมีพิษร้ายแรง – เห็ดตูมที่มีเนื้อในสีขาว เห็ดที่ขึ้นที่มูลสัตว์หรือใกล้มูลสัตว์ “เห็ดที่สามารถรับประทานได้”  ได้แก่เห็ดแดงกุหลาบ , เห็ดไข่เหลือง , เห็ดระโงกขาว , เห็ดโคน ,เห็ดโคนฟาน , เห็ดก่อเหลือง , เห็ดกูด , เห็ดไข่ , เห็ดตับเต่า ,เห็ดน้ำแป้ง , เห็ดหล่มกระเจียว , เห็ดข้าวเหนียว , เห็ดพุงหมู , เห็ดข้าวเหนียว , เห็ดเพาะ (ไม่มีราก) , เห็ดมันปู , เห็ดจั่น “เห็ดที่ไม่สามรถรับประทานได้”  ได้แก่เห็ดระโงกเหลืองก้านต้น , เห็ดระโดงตีนต้น , เห็ดคล้ายเห็ดโคน , เห็ดตอมกล้วยแห้ง , เห็ดข่า , เห็ดขี้ควาย , เห็ดระโงกหิน , เห็ดไข่ , เห็ดมันปู่ใหญ่ , เห็ดดอกกระถิน , เห็ดแดงก้านแดง , เห็ดเผาะ(มีราก) , เห็ดขี้วัว , เห็ดไข่หงษ์ , เห็ดโคนส้มผู้ใดที่รับประทานเห็ดพิษเข้าไปในร่างกายจะเกิดอาการคลื่นไส้ , อาเจียน , ปวดท้อง , ถ่ายอุจจาระเหลว , อาจมีอาการรุนแรงตามมา คือ การทำงานของตับและไตล้มเหลว  สำหรับท่านที่ชอบรับประทานเห็ดต้องสังเกตุพฤติกรรมเหล่านี้ไว้ให้ดีและเมื่อเกิดอาการเหล่านี้เราต้องรีบทำการช่วยเหลือเบื้องต้นทันที โดยเริ่มจากการทำให้ผู้ป่วยอาเจียนโดยการล้วงคอหรือกรอกไข่ขาว จากนั้นรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ทันที พร้อมกับตัวอย่างเห็ดพิษ (หากยังเหลืออยู่)ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
05/07/2019
น้อยกว่าร้อยร้านอาหารไทยฟิวชั่นใจกลางเมืองย่านสุขุมวิท
น้อยกว่าร้อยร้านอาหารไทยฟิวชั่นใจกลางเมืองย่านสุขุมวิทชื่อร้านก็บอกอยู่แล้วว่า น้อยกว่าร้อย แสดงว่าราคาอาหารที่นี่ต้องไม่แพง อิ่ม ประหยัด คุณภาพเกินร้อยที่ร้าน Noi Kwa Roi ร้านอาหารไทยฟิวชั่นใจกลางเมืองย่านสุขุมวิทโดยร้านจะเป็นออกกึ่งผับบาร์แบบติดดินหน่อย บรรยากาศกันเอง บริการดี อาหารถึงรสถึงชาติ มีเมนูหลากหลายให้อิ่มได้ไม่อั้น ทุกวัน ทั้งวัน มีทั้งอาหารไทย อีสาน อีตาเลียน ซึ่งตัวอาหารอิตาเลียน มีการฟิวส์ชั่นกับอาหารอีสารที่ลงตัวมาก เจ้าของร้านก็น่ารัก พนักงานก็บริการดี หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส รับประกันความอร่อย และราคาถูกกว่าร้อยทุกจาน
24/06/2019
เปลี่ยนน้ำมันเก่า ให้กลับมาใส ไร้ตะกอน ไร้กลิ่น
ในขณะที่รัฐบาล ขอความร่วมมือจากห้างสรรพสินค้า งดจัดโปรโมชั่นราคาขายน้ำมันปาล์มขวด ย้ำราคาเหมาะสมไม่ควรต่ำกว่าขวดละ 34 บาท  เหล่าคนทำอาหารทั้งหลายต้องก็หาวิธีที่ใช้น้ำมันอย่างประหยัดและคุ้มค่าที่สุด วันนี้ Thaicookjob ขอนำเสนอ วิธีเปลี่ยนน้ำมันเก่า ให้กลับมาใสไร้ตะกอน ไร้กลิ่น เหมือนได้น้ำมันใหม่อีกครั้งเปลี่ยนน้ำมันเก่า ให้ใส ไร้ตะกอน นำน้ำมันเก่ามาตั้งไฟให้ร้อน  แล้วใส่ข้าวสวยลงไปคนให้ข้าวสวยเกาะเศษอาหารในน้ำมันขึ้นมาเท่านี้ก็จะได้น้ำมันที่ใสขึ้นแล้วค่ะเปลี่ยนน้ำมันเก่า ให้ใส ไร้กลิ่นตั้งน้ำมันให้ร้อนจากนั้นใส่ใบเตยลงในน้ำมันใบเตยจะช่วยลดกลิ่นที่ค้างอยู่ในน้ำมันได้
18/06/2019
แชร์ประสบการณ์ เงินเดือน Thai Chef ในต่างแดน
หลายๆคนสงสัย เงินเดือน Thai Chef ที่ทำงานในต่างประเทศ การไปทำงานต่างประเทศ ของอาชีพ เชฟอาหารไทย เงินเดือน ขั้นต่ำหักภาษี ที่พัก ค่าเดินทาง บางร้านนายจ้างออกค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าดำเนินเรื่องให้ ทั้งหมด (หลายๆคน อาจจะเจอนายจ้างที่ดี มีคุณธรรม..แต่หลายๆคน อาจจะเจอ นายจ้างที่ เอารัดเอาเปรียบ เห็นแก่ตัว..อันนี้เจอมาก่อน)--------------------------------------------------------------------------------------------------แถบๆเอเชีย ใกล้บ้าน เช่น มาเลเชีย ลาว พม่า (เงินเดือนจะได้น้อย) เพราะค่าครองชีพต่ำ 30,000- 40,000บาท หรือร้านใหญ่ๆอาจจะได้มากกว่า-------------------------------------------------------------------------------------------------ส่วน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ใกล้ๆบ้าน แต่จดว่าเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ค่าครองชีพสูงมาก (รายได้หัก ภาษี ทุกอย่างแล้ว)**รายได้ Thai Chef หรือตำแหน่ง รองจากหัวหน้าเชฟต้องได้เงินเดือนที่ 45,000บาทถึง60,000บาท**ตำแหน่ง Head Chef ของร้านอาหารไทย เงินเดือนได้ที่70,000บาทถึง120,000บาททั้งนี้เงินเดือน ขึ้นอยู่กับขนาดของร้านอาหารไทย เล็ก กลาง ใหญ่ และความสารถมารถของเชฟ---------------------------------------------------------------------ถ้าเป็นร้านอาหารในแถบประเทศ ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลียหรือประเทศอื่นที่ไกลๆ เงินเดือนอาจจะสูงถึง120,000บาท - 180,000บาท +++++ แต่ส่วนมาก แถบประเทศเหล่านี้ เราต้องจ่ายภาษีเอง บางประเทศภาษีสูงถึง 35-40%(บวก ลบ คูณ หาร ดู) ค่าที่พักจ่ายเอง ค่ากินอยู่จ่ายเองและค่าครองชีพสูง-------------------------------------------------------------------ส่วนเงินเดือน ด้านครัวไทย ที่อยู่ในเมืองไทยนั้น เงินเดือนมีหลายระดับเพราะมีหลายตำแหน่ง เพราะมีทั้ง ส่วนของร้านอาหาร และโรงแรม ******- Cook Helper ผู้ช่วยกุ๊ก เตรียมของ ประสบการณ์ 0-1ปี เงินเดือน 6,500-8,500 ร้านอาหาร,โรงแรม 8,500-9,500บาท++เซอร์วิสชาร์จ- Thai Cook Comist 1/2/3 กุ๊ก ลงกระทะ 10,000-12,000+- Thai Demi Chef เดมี่เชฟ ลงกระทะ เช็คของ สั่งตลาดได้ 12,000-15,000++- Thai Chef De Partie เชฟเดอะปาร์ตี กระทะคล่อง อาหารได้เกือบทุกอย่าง หรือแล้วแต่สายอาหารที่ถนัด ต้ม ผัด แกง ทอด ของหวาน เอกสารสั่งของตลาด เช็คคุณภาพอาหารได้ ดูแลการทำงาน แทนหัวหน้า รองหัวหน้าได้ เงินเดือน 13,000-17,000++- Thai Sous Chef ซูเชฟ รองหัวหน้าครัว อาหารได้ทุกอย่าง ควบคุมคุณภาพ วัตถุดิบ เข้า-ออกได้ เอกสารได้ คอสอาหารได้ รับผิดชอบงานแทน หัวหน้าเชฟได้ เงินเดือนอยู่ที่25,000-45,000++บาท ตามขนาดสถานที่ทำงาน ร้านอาหาร ได้น้อยกว่าโรงแรม- Thai Head Chef อันนี้ ทำงานหนักมาก เพราะต้องทำเมนูได้ ควบคุมคอสอาหารได้ ตาม%ของสถานที่ทำงานนั้นๆกำหนด (และอาหารต้องกินได้จริงๆ) ดูแลคุณภาพอาหาร รสชาติ หน้าตาอาหาร ก่อนออกให้ลูกค้า ความสะอาดของครัว อุปกรณ์ พื้นที่ทำงาน สำคัญมาก ในไทยเงินเดือนก็น่าจะอยู่ที่ 45,000 -55,000++ หรือตามขนาดสถานที่ทำงาน ประสบการณ์ทำงาน ถ้าเป็นโรงแรมก็อาจจะได้มากหน่อย....(ข้อมูลจาก ความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น ตามประสบการณ์)                                                   *** ทุกอาชีพ ยิ่งสูง ยิ่งหนาว... Ellle. *** เว็บไซค์ thaicookjob ขอบคุณสำหรับการแชร์ประสบการณ์ดีๆจาก เชฟแอล ชิษณุชา ธนาวงค์  ตำแหน่งHead Chef จากร้าน Unyangkordai SG ประเทศสิงคโปร์
10/06/2019
ธรรมชาติซีฟู้ด แหล่งรวมอาหารทะเลชั้นเลิศระดับโลก
ธรรมชาติซีฟู้ด แหล่งรวมอาหารทะเลชั้นเลิศระดับโลกอาหารทะเลชั้นเลิศ พร้อมเสิร์ฟผ่านบริการ Delivery ธรรมชาติซีฟู้ด ผู้นำเข้าอาหารทะเลชั้นนำอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ได้เปิดตัวร้านอาหาร ทะเล คอนเซปต์ใหม่มาแรงอย่าง the DOCK by Thammachart Seafood นับเป็นซีฟู้ดระดับไฮเอ็นด์ที่เน้นย้ำถึงศาสตร์และศิลป์ ในการรังสรรค์อาหารทะเลด้วยวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยมอย่างแท้จริงจากทั่วโลก--------------------------------------หากคุณกำลังมองหา งานแผนกครัว สามารถติดตามได้ที่ https://www.thaicookjob.com/job/#หางานร้านอาหาร #งานบริการ #งานครัว #หางาน
04/06/2019
ร้านเบอร์เกอร์ข้าวญี่ปุ่นแห่งแรกในไทย
ร้านเบอร์เกอร์ข้าวญี่ปุ่นแห่งแรกในไทย   ไรซ์บาก้าคาเฟ่ เป็นร้านเบอร์เกอร์ข้าวญี่ปุ่นแห่งแรกในไทย ที่ผสานความดั้งเดิมของเบอร์เกอร์ข้าวแบบญี่ปุ่นหอมนุ่ม แต่แตกต่างด้วยหน้าเบอร์เกอร์หลากหลายสไตล์    โดยทางร้านมีเบอร์เกอร์ข้าวญี่ปุ่นให้เลือกกว่า 10 เมนู ซึ่งสามารถเลือกจับคู่ทั้งข้าว เนื้อสัตว์ และเครื่องเคียงทุกอย่างได้ตามชอบใจหากคุณกำลังมองหา งานแผนกครัว สามารถติดตามได้ที่ https://www.thaicookjob.com/job/
27/05/2019
อาหารไทยธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา
อาหารไทยธรรมดา ที่ไม่ธรรมดาBangkok Bold เป็นร้านอาหารไทยพื้นบ้านที่มีแนวผสมผสานระหว่างแนวสตรีทฟู้ดกับแนวไทยดั้งเดิม เน้นรสชาติเข้มข้นจัดจ้านด้วยเครื่องแกงทำเองและคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ เพื่อให้คนไทยและต่างชาติได้ลิ้มรสอาหารที่ถึงเครื่อง จริงใจ เฉกเช่นเดียวกับธรรมชาติของความเป็นไทย เรียบง่ายและชัดเจนประเภทอาหารมีทั้งกับข้าว จานเดียว ของทานเล่น ของหวาน และเครื่องดื่ม การตกแต่งร้านออกแนวเรียบง่าย บรรยากาศร้านดูสบายๆ ในสไตล์ casual dining#แนะนำร้านอาหาร #ร้านอาหารไทย #งานร้านอาหาร-------------------------------------------------------------ดูตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครได้ที่https://www.thaicookjob.com/company/100977/
10/05/2019
สุขสันต์วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา กับติ่มซำคุณภาพเลิศรส
โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ เชิญคนรักติ่มซำมา อิ่มหนำแบบเต็มคำไปกับติ่มซำมื้อกลางวันเลิสรสแบบฉบับต้นตำรับ พร้อมให้เลือกชิมรสแบบ ไม่จำกัด ว่า 46 รายการ ณ ห้องอาหารจีน แชงพาเลซ ให้บริการทุกมื้อกลางวัน ตั้งแต่วันจันทร์ ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 11.30 น. – 14.30 น. ในราคาเพียงท่านละ 788 บาทถ้วน เท่านั้น ทุกท่านสามารถเลือกอิ่มอร่อยได้กับหลากหลายเมนูติ่มซำนึ่งแสนอร่อยอันเลื่องชื่อแห่งห้องอาหารจีน แชงพาเลซ อาทิ ขนมจีบไข่กุ้งคำโต, ฮะเก๋ากุ้งเนื้อแน่น, เสี่ยวหลงเปาละลายในปาก, ซาลาเปาไส้ครีมเนื้อนุ่มเข้มข้น, ข้าวเหนียวห่อใบบัวสูตรดั้งเดิม และอีกมากมายหลากหลายเมนูอิ่มอร่อยกันต่อได้ไม่จำกัดไปกับ เมนูแสนคลาสสิกของห้องอาหารจีน แชงพาเลซ อาทิ ก๋วยเตี๋ยวหลอดหมูแดง, ยำแมงกะพรุน และอีกสองเมนูยอดนิยม ได้แก่ หมูแดง และหมูกรอบรสเลิศปิดท้ายมื้อกลางวันแสนสุขสันต์ ด้วยหลากหลายเมนูขนมหวานแสนอร่อย อาทิ เมนูมะม่วงพุดดิ้งรสนุ่มนวลหวานธรรมชาติ, หม่าไหลโก๊ว น้ำมันชาสูตรฮ่องกง, สาคูแคนตาลูปหอมหวานสดชื่น, ขนมต้มแชงพาเลซรสดั้งเดิม และบัวลอยน้ำขิงรสเข้มข้นสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งได้ที่ฝ่ายสำรองที่นั่งห้องอาหารของโรงแรมฯ โทร. 0 2236 7777 หรือ 0 2236 9952 หรือ อีเมล restaurants.slbk@shangri-la.com หรือสำรองที่นั่งผ่านเว็บไซต์ที่ http://www.shangri-la.com/bangkok/shangrila/dining/restaurants/shang-palace/ 
23/04/2019
อิ่มอร่อยแบบจัดเต็มยกแก๊งด้วยโปรโมชั่นสุดคุ้ม “มา 3 จ่าย 2” กับซีฟู้ดบุฟเฟต์ระดับพรีเมี่ยม
ห้องอาหารสกายไลน์ โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ ขอเชิญทุกท่านอิ่มอร่อยแบบจัดเต็มยกแก๊งด้วยโปรโมชั่นสุดคุ้ม “มา 3 จ่าย 2” กับซีฟู้ดบุฟเฟต์ระดับพรีเมี่ยม ที่คัดสรรจากทั่วทุกมุมโลกมาให้คุณได้เลือกลิ้มลองกันอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น ปูม้า กั้ง หอยแมลงภู่ 4 สายพันธุ์ กุ้งแม่น้ำ ปลา รวมถึงอาหารทะเลย่างและเนื้อย่าง ชิซาซิมิ ที่สั่งทำกันสดๆใหม่ๆ อีกทั้งยังมีเมนูอาหารอื่นๆให้ท่านได้เลือกสรร รวมถึงเมนูขนมหวานกับเค้กนานาชนิด ไอศกรีมหลากรส ผลไม้ตามฤดูกาล และอื่นๆอีกมากมาย พร้อมชมวิวแม่เจ้าพระยาและวิวเมือง ด้วยบรรยากาศแสนผ่อนคลายอร่อยสุดคุ้ม เต็มอิ่มทุกมื้อค่ำกับ โปรโมชั่นซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์ มา 3 จ่าย 2 ทุกมื้อค่ำวันศุกร์ – วันเสาร์ ได้แล้ววันนี้ – 30 เมษายน 2562 นี้ ตั้งแต่เวลา 18.00น. – 22.30น. จากราคาสุทธิปกติท่านละ 1,589 บาท เมื่อใช้สิทธิ์สุดคุ้มมา 3 จ่าย 2 หารกันแล้วจ่ายเพียงราคาสุทธิท่านละ 1,060 บาทเท่านั้น!! (ราคารวมภาษีและบริการ) พลาดไม่ได้กับโปรโมชั่นสุดคุ้ม ณ ห้องอาหารสกายไลน์ ชั้น 11 โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02 431 9100 หรืออีเมล์ skyline.vriv@avanihotels.com.ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.avanihotels.com/en/riverside-bangkok/restaurants/skyline-restaurant
23/04/2019
ร้านอาหารน้องใหม่ ใจกลางเมืองศรีสะเกษ
CupperCrownCafeเป็นร้านกาแฟ+อาหาร​ เปิดใหม่​ ใจกลางเมืองศรีสะเกษ​ ร้าน​ดูหรูหรา​ด้วนธีมสีน้ำเงิน ขาว โดดเด่น สะดุดตา อาหารราคาไม่แพง​ โดยเมนูแนะนำได้แก่​ Japanese cheesecake, ชาเขียว​ รสชาติเข้มข้น​ เหมาะ​กับ​คน​ชอบ​ชา​เขียว​ นอกจาก​นี้​ยัง​มี​อาหารอื่นๆอีกด้วย​ สามารถ​พาครอบครัว​มา​ทาน​ได้​ ร้าน​เปิด​ ​8.00-21.00น.
11/04/2019
เอาใจคนรักมะม่วงด้วยเมนู “ข้าวเหนียวมะม่วง" รับหน้าร้อน
โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ ขอเอาใจคนรักมะม่วงด้วยเมนู “ข้าวเหนียวมะม่วง” ที่หอม อร่อย หวาน มัน รับหน้าร้อน ณ ห้องอาหารเดอะ เบอร์เคลีย์ ไดนิ่งรูม ตลอดเดือนเมษายนนี้ มาอร่อยชื่นใจกับมะม่วงสุกสีเหลืองทองที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพมาเป็นอย่างดี ให้รสชาติหอมหวาน ยิ่งทานคู่กับข้าวเหนียวมูนรสนุ่มยิ่งเข้ากันได้ดี มีให้เลือกทั้งรสอัญชัน รสใบเตย และรสขมิ้น ราดด้วยน้ำกะทิเพิ่มความหวานมัน ที่สำคัญเสิรฟ์ไม่อั้นเพราะเราได้รวมอยู่ในไลน์บุฟเฟต์อาหารนานาชาติ รอคุณมาลิ้มรสความอร่อยแล้ว เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ มื้อกลางวัน ระหว่างเวลา 11.30 – 14.30 น. เพียงท่านละ 699 บาทเท่านั้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณา โทร. 02-309-9999 ต่อ 3134The Berkeley Dining Room, The Berkeley Hotel Pratunam, invite you to enjoy with the most popular Thai dessert Tasty and fresh every dish “Mango Sticky Rice” served with sliced sweet mango and salty sweet coconut milk only Baht 699 net per person with International buffet dishes serves every Monday–Friday during 11.30 – 14.30 hrs. , from now until April 2019. For more information please call 02 309 9999 ext. 3134ข่าวโดย :  โรงแรมเดอ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ
09/04/2019
พร้อมฟินไปกับขนมหวานสไตล์โฮมเมด
“BRIX Dessert Bar” เป็นร้านขนมหวานสไตล์โฮมเมด ที่ทางร้านปรุงมาด้วยความใส่ใจ โดยเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านมีให้เลือกทั้งช็อกโกแลต มัทฉะ และชาไทย ปัจจุบันมี 3 สาขาที่ The Commos, Siam Paragon และสาขาใหม่ล่าสุดสาขาสยามดิส ชั้น 4
03/04/2019
ชุดเบนโตะเพื่อสุขภาพ
หน้าร้อนนี้ เชิญคุณมาลิ้มลอง ชุดอาหารญี่ปุ่น ที่เราคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ ดีต่อสุขภาพ มากำนัลแด่คุณ ด้วย ชุดเบนโตะเพื่อสุขภาพ มีให้ท่านได้เลือกสรรตามความชอบ อาทิ•ชุดเบนโตะแซลมอนย่าง ราคา 824 สุทธิ•ชุดเบนโตะปลาหิมะย่าง ราคา 1,036 สุทธิ•ชุดเบนโตะปลาซาบะย่าง ราคา 707 สุทธิ•ชุดเบนโตะไก่ย่าง ราคา 648 สุทธิใน 1 ชุดเบนโตะ ท่านจะได้อิ่มอร่อยคุ้ม กับ สลัดอโวคาโด้ นุ่มละมุนลิ้น และผักผลไม้นานาชนิด เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัด รสเข้มข้น รวมถึง ซุชิโรลไส้ทูน่า คลุกซอสงาญี่ปุ่น พันด้วยแตงกวาและผักสลัด รสกลมกล่อม ยำสาหร่ายญี่ปุ่น ปูอัด ไข่หวาน ซุปมิโซะ ข้าวญี่ปุ่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ผักดอง และผลไม้สด รสชาติหวานหอม อิ่มอร่อยกับชุดเบนโตะเพื่อสุขภาพ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ตั้งแต่ เมษายน – มิถุนายน 2562 นี้ ที่ห้องอาหารญี่ปุ่น มิกาโดะ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวงสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งล่วงหน้า ที่ 02 281 3088ต่อ 109Delectable healthy bento sets suited for your lunch, dinner, meetings or corporate events by MIKADO restaurant chef. They are also included; Avocado salad serve with Japanese style salad dressing, healthy sushi rolls, rice, pickles, seaweed salad, imitation crab stick, egg roll, miso soup, and fresh fruit. Then select your main course such as;•Grilled salmon bento at THB 824 net.-•Grilled snow fish bento at THB 1,036 net.-•Grilled Saba (mackerel) bento at THB 708 net.-•Grilled chicken bento at THB 648 net.-Experience our healthy bento selections served at lunch and dinner, during April-June 2019 at Mikado Japanese restaurant, Royal Princess Larn Luang, Bangkok.For more information and reservations, please contact Piccolo at 0-2281-3088 ext. 109ข่าวโดย :  Royal Princess Larn Luang, Bangkok
01/04/2019
จัดเต็มสุขภาพเน้นๆ ตั้งแต่คำแรกยันคำสุดท้าย
ร้านฮันเตอร์ โป๊ะเกะ เป็นร้านข้าวหน้าปลาดิบเพื่อสุขภาพที่มาจากประเทศฮาวาย โดยมีการผสมผสานกับวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ปัจจุบันมี 3 สาขาที่ อโศก, ห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์ และ เดอะคอมม่อน ซอยทองหล่อ 17ขอบคุณภาพสวยๆจากเพจ hunterpoke
28/03/2019
ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ด้วย ข้าวแช่ เมนูคลายร้อนสูตรต้นตำรับ
ช็อต คัทส์ เดลี่ ขอต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ด้วย "ข้าวแช่" เมนูคลายร้อนสูตรต้นตำรับ ที่เชฟได้คัดสรรวัตถุดิบ และสมุนไพรชั้นเลิศ พิถีพิถันในการปรุงรสชาติ ข้าวเมล็ดสวยในน้ำลอยดอกมะลิ เสิร์ฟคู่เครื่องเคียง 5 อย่างหลากรสชาติครบรส ได้แก่ ลูกกะปิ, ปลาหวาน, หมูฝอย, พริกหยวกทอดสอดไส้หมูผสมกุ้ง และไชโป๊วผัดหวานวันที่ 8 – 12 เมษายน 2562 ราคาชุดละ 160 บาท Khao ChaeDiscover the authentic taste of Thai summerat Short Cuts DeliThis Songkran Festival come with your friends and family to try our traditional dish “Khao Chae” - chilled rice in floral scented water with 5 traditional condiments. The 5 condiments in the set are Look Kapi (fried shrimp paste balls), Pla Waan (sweet shredded fish), Moofoi (crispy pork threads), Prik Yoak Thod (fried bell pepper stuffed with HuachaipowWaan (sweet preserved radish).8th - 12th April 2019 THB 160 net/setข่าวโดย :  โรงแรม คราวน์พลาซ่า กรุงเทพฯ ลุมพินีพาร์ค
25/03/2019
ซีฟู้ดเจ้าดัง จากสิงค์โปร์ เปิดสาขาแรกในประเทศไทย
ร้าน "Jumbo Seafood" อาหารซีฟู้ดเจ้าดัง จากสิงค์โปร์ เปิดสาขาแรกในประเทศไทย ที่ศูนย์การค้า ICON SIAM ชั้น G หรืออยู่ริมแม่น้ำด้านในสุด ใกล้ทางเดินริมน้ำและท่าเรือของห้าง ถ้านั่งติดกระจกก็เหมือนกินข้าวไปนั่งดูวิวริมน้ำไป โดยเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้าน คือเมนู Award-Winning Chili Crab หรือ ปูผัดซอสพริกนั่นเอง
20/03/2019
เงินเดือนหรือค่าจ้างของ กุ๊ก เชฟ เท่าไร?
เห็นสมาชิกบางท่านมาโพสต์ถามไถ่เรื่องค่าตัวกุ๊กกันนะครับ ในฐานะที่ผมเคยทำตั้งแต่ร้านลาบ-ร้านเหล้าคาราโอเกะ -โรงแรม2,3ดาว จนถึงห้าดาวมาแล้ว เลยขอเอาที่เจอมาเล่าสู่กันฟัง พอเป็นความรู้สำหรับท่านที่ยังสงกะสัยเรื่องค่าตัวกันนะครับ1. ร้านเหล้า ร้านคาราโอเกะหรือร้านอาหารชาวบ้านๆทั่วไป ร้านพวกนี้จะจ้างแพงนะครับ แต่เรื่องสวัสดิการต่างๆ เช่นประกันสังคม หรือวันหยุด จะไม่มี เวลาเข้างานแน่นอนอยู่ แต่เวลาเลิกไม่ค่อยแน่นอน (อาจต้องเข้างาน 17.00ถึงตีหนึ่งตีสอง) คือบางทีร้านประเภทนี้จะจ้างแค่คนสองคน บางร้านคาราโอเกะ มีกุ๊กคนเดียวด้วย ทำทุกอย่าง จ่ายตลาดเอง ทำอาหารเตรียมเองค่าจ้างกุ๊ก อยู่ที่ 13,000-15,000 อัพ ลูกมือก็ประมาณ 9,000-12,000 อันนี้แล้วแต่ขนาดของร้านนะครับ ร้านใหญ่ๆ อาจจ้างแพงกว่า หรือถูกกว่านี้ เพราะต้องใช้กุ๊กเยอะ เลยกดราคา2. ร้านอาหารหรือภัตตาคาร ที่เน้นขายอาหารจริงๆร้านประเภทนี้ เน้นเรื่องรสชาติหน้าตากับข้าว ไม่ใช่ขายคนเมา แน่นอนที่กุ๊กต้องมีฝีมือแบบชัวร์ๆ แถมต้องใช้กุ๊กกับผช.กุ๊กเยอะ เพื่อเพียงพอต่อการบริการลูกค้าสวัสดิการต่างๆ จะมีตามควรจะมีทั่วไป เช่นวันหยุด,ประกันสังคม ,ลาวันหยุดตามเทศกาล บางร้านมีเซอร์วิสชาร์ท(หรือบางที่เรียกเงินอินเซนทิฟให้พิเศษด้วย) แต่เวลาทำงานจะเป็นแบบสปีดชิพ เช่น เข้างาน 10.00-13.00 แล้วเบรก 1-2 ชม. แล้วมาทำงานต่อถึงสี่ทุ่มห้าทุ่ม พูดง่ายๆ เวลาทำงานจะกินเวลาคุณไปครึ่งวันค่าจ้าง จะไม่แน่นอน แล้วแต่คุณจะมีความสามารถต่อรองเช่น กุ๊กกะทะ 1-2 จะอยู่ที่ 16,000 ไปยัน 20,000 ถ้าเป็นหัวหน้าหรือเชฟที่ส่วนใหญ่จะเป็นกะทะหนึ่ง อาจจะถึงสามหมื่นกว่า ตามที่เจ้าของร้านถูกใจคุณรึไม่ ส่วนลูกมือ(เขียง1-2-3) จะอยู่ที่9,000-15,000 ตามความสามารถ *หมายเหตุ พวกภัตตาคารตามสนามกอล์ฟหรือรีสอท ก็จะประมาณนี้3. ร้านอาหารตามห้างพวกนี้จ้างไม่แพงนะครับ สังเกตุได้จะมีแต่วัยรุ่นทำ เช่นร้านก๋วยเตี๋ยวเรือหรือร้านอาหารญี่ปุ่น ที่คุณๆน่าจะพอเคยเจอกัน อัตตราค่าจ้างจะอยู่ที่9,000-12,000 เท่านั้นเอง คนที่ได้มากกว่านี้ ส่วนใหญ่จะอยู่มานานมาก หรือเป็นหัวหน้าครัว......สวัสดิการจะตรงตามกฎหมายอยู่พอสมควร แต่อยากให้ระวังเรื่องการขาดลามาสาย เพราะไอ้ร้านพวกนี้ หักเงินกันหยุมหยิมมาก ขาดงานที โดนหักรวมแล้วเป็นพันก็มี4. โรงแรม 2-3 ดาวขนาดโรงแรมจะอยู่ที่ 30 ถึง 80 ห้อง (โดยส่วนใหญ่) เวลาทำงาน 9 ชม.ต่อวัน หยุดสัปดาห์ละวัน สวัสดิการถูกต้องตามกฎหมาย ......ไม่มีรอบดึก โรงแรมพวกนี้ค่าห้องถูก กับข้าวราคาไม่แพง ในครัว ก็ประมาณร้านอาหารข้างทางละครับ เพียงแค่มีเสต็กขาย(5555++) ค่าจ้างก็ตามนี้commis1 =10,000-11,000commis2=9,000Demi chef =11,000-12,000Sous chef=20,000-25,000chef de partie=15,000-17,000โรงแรมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะใช้chef de partie หรือSous chefคุมเลย เพราะจะมีแค่ABF กับขาย A la cart ไม่มีExchef นานๆจะรับงานจัดเลี้ยงที ซึ่งก็ไม่มากหรอก เต็มที่30-50คน บางทีมีใหญ่สุดแค่Demi chef หรือมีแค่ตำแหน่งChef เฉยๆ ค่าจ้างจะไม่ต่างจากโรงแรม3-4 ดาวมากนัก แต่ที่ต่างคือค่าเซอร์วิสชาร์ท โรงแรม 2-3ดาว จะอยู่ที่ประมาณ2,000-4,000กว่าๆ5. โรงแรม 3-4 ดาวโรงแรมพวกนี้จะมีขนาดประมาณ 70-80 ถึงร้อยกว่าห้อง เกรดห้องพักก็แล้วแต่เชนนะครับ ถ้าเชนดังๆ หรือเป็นสาขาย่อยของโรงแรมห้าดาว อันนี้ก็ดีไป เพราะจะมีลูกค้าต่อเนื่อง มาตรฐานจะดีกว่าโรงแรมขนาดเท่ากัน แต่ไม่มีชื่อเสียง ค่าจ้างก็จะประมาณนี้commis1 =11,000-12,000commis2=9,000-10,000Demi chef =12,000-13,000Sous chef=30,000-40,000 อัพchef de partie=15,000-17,000Exchef = 70,000 - 90,000ส่วนเซอร์วิสชาร์ท ขั้นต่ำๆที่เจอมา ก็ตั้งแต่5,000-10,000กว่าบาทแล้วแต่เชนนะครับ6. โรงแรม 5 ดาวโรงแรมพวกนี้ชัวร์ครับ สวัสดิการ การทำงานการดูแลพนักงานเยี่ยมตามมาตรฐานเป๊ะๆ ค่าจ้างก็ประมาณนี้commis1 =11,000-12,000commis2=10,000-11,000commis3 or helper cook = 9,000Demi chef =13,000-14,000Sous chef=50,000-80,000chef de partie=15,000-17,000Exchef = แสนกว่าๆครับ แล้วแต่ความสามารถในการต่อรองส่วนเซอร์วิสชาร์ทก็ต่ำๆหลัก 7-8 พันนะครับ เท่าที่ผมเจอมาข้อสังเกตุ.1. เงินเดือนกุ๊กที่ทำร้านอาหาร อาจขึ้นอยู่กับการเจรจากับเจ้าของร้านและฝีมือ รวมทั้งดวงด้วยนะว่าเจ้าของร้านเค้าชอบคุณมั้ย2. โรงแรมที่มีห้องเยอะ เช่น 4-5 ร้อยห้องอาจไม่ได้จ้างแพงเสมอไป เพราะบางทีค่าห้องถูก แต่ต้องใช้กุ๊กเยอะ อาจมีการกดเงินเดือน3. โรงแรมขนาดกลางๆ แค่7-9สิบห้อง อาจจ้างแพงและเซอร์วิสเยอะ เพราะเป็นสาขาของโรงแรมห้าดาว เช่นฟูราม่า หรือฮอลิเดย์อิน4. ส่วนใหญ่แล้ว หากกุ๊กเริ่มงานใหม่ โรงแรมทั่วไป จะจ่ายเซอร์วิสชาร์ทแค่50% ต้องรอผ่านบรรจุก่อน ถึงได้เซอร์วิสเต็ม100%5. โรงแรมหรือร้านอาหารตามแหล่งท่องเที่ยว เช่นในภูเก็ต พัทยา อาจจ้างแพงกว่านี้ อีกอย่าง เกิดจากค่าแรงขึ้นต่ำในจังหวัด นั้นด้วย ผมเคยทำโรงแรม5ดาวในขอนแก่น เค้าจ้างcommis1 เงินเดือนเท่ากับสจ๊วต 5,500 บาท(เมื่อสามปีก่อนหน้านี้นะ)6, หากต้องการทำงานโรงแรม แล้วอยากได้ตำแหน่งดีๆ ใบผ่านงานสำคัญมากนะครับ ยิ่งเป็นใบผ่านงานโรงแรมด้วยกันยิ่งดีมาก แต่ไม่ใช่ทำแต่ละที่ 4-5 เดือนนะ ฝ่ายบุคคลเค้าจะมองว่าคุณไม่มีความอดทนหมายเหตุ. เนื่องจากเคยเจอว่ากุ๊กที่ทำร้านอาหาร ไม่เข้าใจเรื่องตำแหน่งต่างๆ ในครัว ที่เค้าเรียกเป็นภาษาอังกฤษ ว่ามันคืออะไร ผมขอแนบมาไว้ให้อ่านกันนิดนึงนะ- commis1 (คอมมิสวัน)= คือกุ๊ก ที่เป็นงานแล้ว ประมาณ กะทะหนึ่ง-กะทะสอง ผัดได้ทอดได้ ปรุงอาหารได้- commis 2 หรือ 3 (คอมมิสทูหรือคอมมิสทรี) = คือผู้ช่วยกุ๊ก ประมาณพวกหน้าเขียง- Helper cook (เฮ็ลเปอร์กุ๊ก) = อันนี้พวกค่อยหั่นผัก เตรียมของให้กุ๊ก ไม่มีสิทธิปรุง- Chef de partie (เชฟ เดอ ปาร์ตี) = เป็นหัวหน้ากุ๊ก คุมเฉพาะแผนกเช่น คุมครัวไทยหรือครัวยุโรป ครัวใดครัวหนึ่งไปเลย โรงแรมเล็กๆบางที ที่มีกุ๊กแค่3-4 คน อาจใช้ตำแหน่งนี้ คุมทั้งครัว แทนตำแหน่งChef เนื่องจากลดต้นทุนเรื่องเงินเดือนค่าจ้างแต่หากเป็นโรงแรมใหญ่ จะมีซูเชฟ และเอ๊กซ์เชฟคุมอีกที ตำแหน่งนี้เลยจำเป็นต้องมีคุณสมบัติที่ทั้งปรุงอาหาร,คุมค่าใช้จ่ายในครัวและคุมคนให้ได้- Demi chef (เดมี่ เชฟ) = ความสามารถของตำแหน่งนี้ ใกล้เคียงตำแหน่ง Chef de partie ม๊ากกก แต่เงินเดือนถูกกว่า (55555++) เหมือนตำแหน่งรอเสียบ คือจะเป็นแค่กุ๊กธรรมดาก็ไม่ใช่ แต่จะเป็นหัวหน้าก็ไม่เชิง ครึ่งๆกลางๆ ความรับผิดชอบพอๆกัน ต้องเป็นตัวสำรองของ Chef de partie อีกที แต่ศักดิ์ศรีจะดีกว่ากุ๊กทั่วไป- Sous chef (ซูเชฟ) = รองเชฟใหญ่ ออกใบเตือนลูกน้องได้เลย เป็นตัวแทนของเชฟใหญ่ ทั้งเรื่องงานในครัว หรือเข้าประชุมกับบอร์ดบริหาร แต่ส่วนใหญ่ที่เจอมา จะไม่ค่อยถูกชะตากับเชฟใหญ่นะ ฮ่าๆๆ- Executive chef (เอ็กซคูทิฟ เชฟ) = เชฟใหญ่สุด ของแผนกครัว คุมหมด ทั้งครัวจัดเลี้ยง ครัวขาย แต่ครัวแคนทีนหรือครัวพนักงาน บางที่จะขึ้นตรงกับฝ่ายบุคคล(HR) อันนี้ต้องเป็นหมดทุกอย่าง ทั้งเรื่องงานเปเปอร์(เอกสาร) และงานครัว บางที่หากGM เป็นฝรั่ง ภาษาอังกฤษ ก็ต้องได้ด้วยนะอันนี้ที่โพสต์มาก็ตามที่ผมเคยได้รู้ได้เจอมานะครับ หากเป็นโรงแรมขนาดใหญ่มากตำแหน่งจะมีเยอะกว่านี้ เช่น Ex sous อีกทั้งเรื่องอัตตราค่าจ้าง บางที่อาจจะมากหรือน้อย ตามทำเลด้วย หวังว่าโพสต์นี้คงได้ประโยชน์เป็นไกด์ไลน์ ของกุ๊กทุกๆท่านนะ ^ ^
13/12/2016
คุณสมบัติ 5 ข้อ ของผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร
คุณสมบัติของผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร1.ต้องมีหรือพยายามมีความรู้ด้านอาหารในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน มีปัญหาขาดพ่อครัว แม่ครัว เจ้าของร้านอาหารควรมีความรู้ ในด้านการประกอบอาหาร เพื่อเป็นการแก้ไขเฉพาะหน้า และสามารถทำงานได้ราบรื่น นอกจากนี้ยังเป็นพื้นฐานที่ดีในการสร้างสรรค์รายการอาหารใหม่ๆได้อีกด้วย (ถ้าไม่มีไม่เป็นไร ของแบบนี้ฝึกกันได้)2.มีความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เจ้าของหลายๆร้านประสบความสำเร็จ การนำเสนอรายการอาหารที่แปลกใหม่ถือเป็นจุดขายของร้านซึ่งทำให้ เป็นที่จดจำแก่ผู้บริโภคเป็นอย่างดี ดังนั้นผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารควรมี ความคิดที่สร้างสรรค์ แปลกใหม่ และมีความเข้าใจในเทคนิคในการทำอาหาร เพื่อสร้างสรรค์รายการอาหารที่เป็นจุดขายของร้าน3.เป็นคนช่างสังเกตุเพื่อรับรู้ถึงความต้องการของผู้บริโภค ในบางกรณีที่ไม่ได้รับการร้องเรียนด้านบริการโดยตรง เช่น เรื่องการบกพร่องในรสชาติอาหารที่ไม่ตรงกับความต้องการ แต่ผู้บริโภคไม่บอกให้เราทราบ(ไม่กล้าบอกหรือไม่อยากบอกก็มี) หรือการที่เราสังเกตุเห็น หรือ ให้พนักงานเอาใจใส่ในเรื่องนี้ และสังเกตุสิ่งเหล่านี้จะสามารถ ทำให้เกิดการแก้ไขพัฒนา อาหารและบริการให้ตรงตามความต้องการ ของผู้บริโภคได้ในอนาคต4.มีความอดทน ใจเย็น สุภาพ อ่อนโยน และมีอัธยาศัยดี ด้วยเหตุผลที่ ลูกค้าที่มาใช้บริการร้านอาหารของเรานั้นมีหลายประเภท และความต้องการของลูกค้า แต่ละรายนั้นแตกต่างกัน ความอดทน ใจเย็น สุภาพ อ่อนโยน มีส่วนช่วยให้แก้ปัญหาต่างๆได้อย่างราบรื่น 5.มีความรู้ทางด้านการจัดการและการบริหารเพื่อสามารถบริหารจัดการในเรื่องต่างๆได้อย่างเหมาะสมและเป็นระบบ ทั้งหมดนี้เพียงพอให้คุณสำรวจตัวเองแล้วพบว่าคุณมี คุณสมบัติและความพร้อมดังกล่าวมาแล้วหรือไม่ ถ้าคุณตอบว่า ใช่ หรือ มี ก็ขอแสดงความยินดีกับคุณก่อนเลยว่า คุณพร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหาร
29/11/2016
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสำหรับพนักงานเสิร์ฟมือโปร
  พนักงานบริการมือโปรนั้น เวลาจะเสิร์ฟอาหารจะไม่ถามแขกว่าอาหารจานนี้เป็นของลูกค้าท่านใด แต่จะจดจำให้ได้ว่าใครสั่งอะไร และสามารถเสิร์ฟได้อย่างแม่นยำ ไม่ผิดคนในโรงแรมหรือภัตตาคารที่มีมาตรฐาน จะมีการฝึกอบรมพนักงาน พนักงานเสิร์ฟ บริกร ในการรับคำสั่งอาหารและเสิร์ฟอาหารได้อย่างถูกต้อง แม้ว่าพนักงานที่นำอาหารมาเสิร์ฟจะเป็นคนละคนกับพนักงานที่รับคำสั่งจากลูกค้าก็ตาม          สิ่งที่ทำให้พวกเขาไม่พลาดในการเสิร์ฟอาหารก็คือ การเขียนแผนผังที่นั่งของแขก (Table Plan/Seating Plan) ก่อนรับคำสั่งอาหาร โดยการกำหนดว่าในแต่ละโต๊ะ จะนับหมายเลขจากซ้ายมือของประตูทางเข้าร้านอาหารเป็นหมายเลข 1 จากนั้นก็ใช้วิธีนับตามเข็มนาฬิกา          นอกจากนี้ ก่อนเสิร์ฟอาหาร พนักงานจะต้องบอกชื่ออาหารก่อนเช่นกัน เพื่อให้แขกรู้ตัวและเพื่อให้แขกแน่ใจว่าสิ่งที่แขกสั่งนั้นถูกต้อง และไม่ผิดคน          บ่อยครั้งในห้องอาหารที่พนักงานบริการไม่ได้บอกแขกก่อนลงอาหาร จนบางครั้งผิดพลาดลงอาหารผิดโต๊ะ จนแขกรับประทานหมดเรียบร้อยแล้วบอกว่า “รายการนี้ไม่ได้สั่ง” ส่งผลให้เสียเวลา เสียต้นทุน เสียความรู้สึกทั้งแขกและพนักงาน เพียงแค่บอกให้แขกทราบว่าอะไรที่มาเสิร์ฟนี้คืออะไร ก็จะไม่เกิดข้อผิดพลาดเช่นนี้ขึ้น          ยิ่งในกรณีที่แขกเข้ามารับประทานอาหารพร้อมคุยเรื่องธุรกิจไปด้วย การบอกให้แขกรู้ตัวก่อนเสิร์ฟอาหาร ยิ่งเป็นสิ่งที่จำเป็น ต้องขออนุญาตแขกก่อน มิฉะนั้นอาจเกิดอุบัติเหตุ เช่น อาหารหกลงบนเอกสารสำคัญของแขก หรือจังหวะเข้าไม่ดีอาหารหรือจานโดนแขก เป็นต้น          แค่เพียงกล่าว “ขอโทษครับ ข้าวผัดปูครับ” ก็ใช้ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้การทำให้แขกสนใจก่อนลงอาหาร ด้วยการไอ สัมผัสแขก หรือส่งเสียง สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการ ไม่สุภาพ ไม่ควรทำอย่างยิ่ง          นอกจากนี้ในการสร้างความประทับใจให้กับแขก พนักงานบริการควรจดจำคำวิเศษที่นิยมใช้กัน 5 คำ ดังนี้• ก่อนจะรบกวนใครทำอะไร ควรพูดคำ “ขอโทษ” (Excuse Me)• หากมั่นใจว่าสิ่งที่ลูกค้าขอนั้นเราสามารถจัดหาหรือทำได้โดยไม่ยุ่งยากนัก ควรพูดว่า “ได้ครับ” (Certainly)• เมื่อทำผิดพลาดควรพูดว่า “ขอโทษ” (I’m Sorry)• เมื่อมีใครทำอะไรให้เรา ควรกล่าวคำ “ขอบคุณ” (Thank You)• เมื่อมีแขกกล่าวคำขอบคุณเรา เราก็ควรบอกว่า “เรายินดีที่จะให้บริการ (You’re Welcome)          เทคนิคเหล่านี้ไม่ยาก และยังจะช่วยสร้างความประทับใจให้กับแขกติดใจในบริการ ต้องการที่กลับมาใช้บริการที่ร้านอาหารของคุณอีก หรือดีกว่านั้น เขาอาจบอกต่อเพื่อน ๆ ให้มาใช้บริการร้านคุณอีกด้วย
29/11/2016
5 คุณสมบัติ ของคนที่อยากเป็นเชฟ
“อาชีพเชฟ” หากจะพูดถึงสายอาชีพนี้ในยุคปัจจุบัน ถือว่าเป็นหนึ่งอาชีพที่มีภาพลักษณ์ที่ดีและน่าสนใจไม่น้อย กระทั่งกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ใครหลายๆ คนใฝ่ฝันถึง แต่อาชีพเชฟในคำจำกัดความอย่างแท้จริงอาจยังมีอยู่น้อยคนนักที่จะเข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง เพราะส่วนมากคำสำคัญคำนี้มักทำให้นึกถึงแต่การปรุงอาหารเท่านั้น ซึ่งผิดถนัดในหน้าที่หลักๆ ของอาชีพเชฟ แม้ว่าการปรุงอาหารจะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญอย่างมากในสายอาชีพนี้ก็ตามที แต่นอกจากนี้ก็ยังมีหน้าที่อื่นอีกมากมายประกอบด้วยเช่นกันกล่าวถึงหน้าที่ของอาชีพเชฟสักนิด เพื่อให้ทำความเข้าใจกันถ้วนหน้าถึงหน้าที่หลักๆ ของการเป็นเชฟ นั่นก็คือการ “บริหารครัว” มากกว่าการปรุงอาหารเท่านั้นโดยหน้าที่ทั้งหมดทุกส่วนภายในครัวจะต้องอยู่ในความดูแลของผู้ที่ดำรงอยู่ในสายอาชีพเชฟทั้งหมด ทำให้งานของอาชีพเชฟถือเป็นงานที่หนักพอตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายๆ คนควรทำความเข้าใจให้มาก เพราะยังมีอีกจำนวนไม่น้อยที่ใฝ่ฝันว่าอาชีพนี้จะเป็นงานทำอาหารสบายๆ ชิลๆ ที่ดำรงอยู่ท่ามกลางความสบายอกสบายใจ ขอเพียงแค่มีใจรักในการทำอาหารเท่านั้นซึ่งผิดถนัด เพราะอาชีพนี้ถือได้ว่าต้องมีความรับผิดชอบสูงและต้องทำงานภายใต้ภาวะกดดันได้ด้วยอาชีพเชฟกับคุณสมบัติที่จำเป็นต้องมี1. รักการทำอาหารแน่นอนว่าการเป็นเชฟหน้าที่ที่สำคัญอีกหนึ่งประการก็คือการปรุงอาหาร โดยในการปรุงอาหารระดับเชฟนั้นจะต้องไม่ธรรมดาอีกด้วย ไม่เหมือนกับการทำอาหารทั่วๆ ไปที่มีวางขายตามท้องตลาด แต่เพราะอาหารจากเชฟ คืออาหารพร้อมเสิร์ฟต่อลูกค้าตลาดบน ทำให้อาหารที่ได้จำเป็นต้องมีเอกลักษณ์หรือมีรสชาติที่มีความพิเศษกว่ารสชาติของอาหารทั่วๆ ไป ฉะนั้นการปรุงอาหารของเชฟอาจต้องคิดค้นสูตรด้วยตัวเอง รวมไปถึงการคิดค้นเมนูของตัวเองขึ้นมา เพื่อเสิร์ฟแก่ลูกค้าอีกด้วย ทำให้คุณสมบัติที่สำคัญอีกหนึ่งประการของอาชีพเชฟคือมีใจรักในการทำอาหาร2. มีความรับผิดชอบสูงเพราะการเป็นเชฟไม่ใช่เพียงแค่การทำอาหารเท่านั้น แต่มีหน้าที่หลายอย่างที่อยู่ในความดูแลของเชฟ ทั้งยังมีฐานะเปรียบเสมือนเป็นหัวหน้าใหญ่ในครัว ทำให้คุณสมบัติที่สำคัญของการเป็นเชฟจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบสูง ต้องควบคุมและดูแลผู้ร่วมงานในทีมให้ทำงานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด รวมทั้งยังต้องจัดการในเรื่องต่างๆ ภายในครัวให้ดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดด้วย3. รักความสะอาดเพราะอาชีพเชฟเป็นสายงานที่เกี่ยวข้องกับอาหารการกิน ที่จำเป็นต้องใส่ใจในเรื่องของความสะอาดอย่างมาก ฉะนั้นคุณสมบัติสำคัญของการเป็นเชฟจึงต้องมีใจรักความสะอาดอย่างสูง และถือเป็นคุณสมบัติสำคัญอีกหนึ่งประการที่ขาดไม่ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้อาหารที่ออกมามีคุณภาพมากที่สุด สร้างความประทับใจกับลูกค้ามากที่สุด4. มีความอดทนอาชีพเชฟถือเป็นงานที่หนักมาก เพราะต้องดูแลทุกอย่าง ในขณะที่หน้าที่ความรับผิดชอบที่มีก็ค่อนข้างมาก และเป็นงานที่เหน็ดเหนื่อยพอสมควร ทั้งยังยกของหนักและยังต้องยืนทั้งวี่วันตลอดการทำงาน ฉะนั้นคนที่จะเป็นเชฟได้นั้นความอดทนต้องสูง มิเช่นนั้นไม่อาจประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้อย่างแน่นอน มากกว่านี้ยังมีในเรื่องของจิตใจที่ต้องทำงานภายใต้ภาวะกดดัน ก็ทำให้ต้องใช้ความอดทนเช่นกัน5. มีไหวพริบอาชีพเชฟถือเป็นงานที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคที่มีเข้ามาก็ปรากฎขึ้นอยู่เสมอในสายงานนี้ เช่น วัตถุดิบขาดแคลน หรือเวลาที่มีจำกัด ทำให้ลูกค้าบางรายเกิดความไม่พอใจ อาชีพเชฟจึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีและต้องมีไหวพริบเป็นคุณสมบัติหลัก ซึ่งส่งผลต่อการจัดการกับปัญหาทุกอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
29/11/2016